อุทาหรณ์สร้างบ้านเอง จันทบุรี | เบิกเงินไป 90% แต่บ้านไม่เสร็จ! ระบบน้ำไฟพัง ตรวจก่อนจ่ายงวดสุดท้าย
อุทาหรณ์คนสร้างบ้านเอง จันทบุรี: จ่ายไป 90% แต่ “บ้านไม่เสร็จ” ระบบพัง… ถ้าไม่ตรวจ อาจสูญเงินฟรี!
การสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง คือความฝันของใครหลายคนครับ แต่บ่อยครั้งที่ความฝันกลายเป็นฝันร้ายเมื่อเจอ “ผู้รับเหมาทิ้งงาน”
วันนี้ Master Check ขอนำเคสจริงที่จังหวัด จันทบุรี มาเล่าเป็นอุทาหรณ์ครับ เคสนี้เจ้าของบ้านจ้างเราเข้าตรวจสอบใน “งวดส่งมอบงานสุดท้าย” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เพราะผู้รับเหมาเบิกเงินไปแล้วกว่า 90% แต่สภาพหน้างานจริง… กลับสวนทางกับเงินที่จ่ายไปครับ
สภาพหน้างานจริง เมื่อความจริงไม่ตรงกับงวดเงิน
จากการเข้าตรวจสอบโดยทีมงานเรา พบว่าเนื้องานจริงยังไม่พร้อมส่งมอบ (Not Ready for Handover) และมีจุดบกพร่องที่ร้ายแรงหลายจุดครับ
1. ระบบหัวใจหลัก “ใช้งานไม่ได้” (Critical System Failure)
นี่คือจุดที่รับไม่ได้ที่สุดครับ สำหรับบ้านที่แจ้งว่าจะส่งมอบ
ระบบไฟฟ้า: สวิตช์และเต้ารับหลายจุดไม่มีไฟเข้า การเดินสายไฟในตู้เมนยังไม่เรียบร้อย ไม่มีความปลอดภัย
ระบบประปา: น้ำไม่ไหลในบางจุด มีการรั่วซึม และแรงดันน้ำไม่ได้มาตรฐาน
ผลกระทบ: หากเจ้าของบ้านรับโอนไป จะไม่สามารถเข้าอยู่ได้จริง และต้องเสียเงินจ้างช่างอื่นมาซ่อมระบบใหม่ทั้งหมด
2. งานสถาปัตย์ “ไม่เสร็จ” (Unfinished Work)
แม้จะเบิกเงินไปเกือบหมด แต่เนื้องานสถาปัตยกรรมกลับยังค้างคา:
งานเก็บสีผนังยังด่างและไม่เรียบร้อย
การติดตั้งประตูหน้าต่างยังไม่สมบูรณ์
กระเบื้องปูไม่เต็มพื้นที่ หรือยาแนวไม่ครบ
ขยะก่อสร้างยังกองเต็มพื้นที่ ไม่มีการเคลียร์หน้างาน
3. ความเสี่ยงเรื่อง “ทิ้งงาน” (Abandonment Risk)
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “สัดส่วนเงินที่จ่ายไป (90%) มากกว่าเนื้องานจริง (อาจจะแค่ 70-80%)” สถานการณ์แบบนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่ผู้รับเหมาจะทิ้งงาน เพราะเงินงวดสุดท้ายที่เหลืออาจไม่คุ้มกับค่าแรงและค่าของที่ต้องทำต่อ
2. งานสถาปัตย์ “ไม่เสร็จ” (Unfinished Work)
แม้จะเบิกเงินไปเกือบหมด แต่เนื้องานสถาปัตยกรรมกลับยังค้างคา
งานเก็บสีผนังยังด่างและไม่เรียบร้อย
การติดตั้งประตูหน้าต่างยังไม่สมบูรณ์
กระเบื้องปูไม่เต็มพื้นที่ หรือยาแนวไม่ครบ
ขยะก่อสร้างยังกองเต็มพื้นที่ ไม่มีการเคลียร์หน้างาน
3. ความเสี่ยงเรื่อง “ทิ้งงาน” (Abandonment Risk)
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “สัดส่วนเงินที่จ่ายไป (90%) มากกว่าเนื้องานจริง (หน้างานจริงแค่ 70-80%)
สถานการณ์แบบนี้ ผู้รับเหมาชุดเดิมทิ้งงานไปแล้ว ทางเจ้าของบ้านต้องจ้างช่างชุดใหม่ และต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อทำให้งานเสร็จและเข้าอยู่ได้
เคสนี้เจ้าของบ้านให้ทีมงานเรามาตรวจว่าตรงตามแบบหรือไม่ ขาดส่วนใดไปบ้าง ต้องใช้เงินเพิ่มเท่าไหร่ เพื่อนำเป็นหลักฐานยื่นฟ้องบริษัทผู้รับเหมา ทางเราช่วยแนำนำการแก้ไขงานและประเมินค่าใช้จ่ายรวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆเพื่อทำให้งานเสร็จได้
Master Check ทำอะไรบ้างในเคส “ตรวจเพื่อฟ้องร้อง”?
การตรวจเคสนี้จะละเอียดกว่าการตรวจรับบ้านปกติ (Standard Inspection) เพราะเป้าหมายคือการทำ Report เพื่อใช้ทางกฎหมาย เราจึงดำเนินการดังนี้:
1. ตรวจสอบเทียบแบบก่อสร้าง (Plan vs. Actual Inspection)
เรานำ แบบพิมพ์เขียว (Blueprints) และ รายการประกอบแบบ (Spec) มาเทียบกับหน้างานจริงจุดต่อจุด
สิ่งที่พบ: พบหลายจุดที่ก่อสร้างผิดไปจากแบบ เช่น ขนาดเสาไม่ได้มาตรฐาน, ลดสเปควัสดุหลังคา, หรือตำแหน่งผนังผิดเพี้ยน ซึ่งถือเป็นการผิดสัญญาจ้าง
2. ระบุรายการงานที่ขาดหาย (Remaining Works)
ผู้รับเหมามักอ้างว่า “ทำไปเยอะแล้ว” เพื่อเบิกเงิน แต่เราจะแจกแจงความจริงออกมาครับ
สิ่งที่ทำ: เราลิสต์รายการที่ “ยังทำไม่เสร็จ” ตามงวดงานที่เบิกไปแล้ว เพื่อพิสูจน์ว่าผู้รับเหมาเบิกเงินเกินเนื้องานจริง (Overpayment) ไปเท่าไหร่
3. ประเมินค่าเสียหายและงบสร้างต่อ (Cost Estimation)
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าของบ้านครับ คือคำถามที่ว่า “ต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ บ้านถึงจะเสร็จ?”
สิ่งที่ทำ: ทีมงานคำนวณ Cost to Complete โดยแยกละเอียดเป็น
ค่าวัสดุ (Material Cost) ระบุสเปคและปริมาณที่ต้องซื้อเพิ่ม
ค่าแรง (Labor Cost) ประเมินตามราคากลางในท้องตลาด
ค่ารื้อถอน/แก้ไข (Repair Cost) ค่าใช้จ่ายในการทุบงานที่ทำผิดแบบทิ้ง
สร้างบ้านเอง ต้องระวังเรื่องงวดเงินนะครับ! ใครดูหน้างานไม่เป็น ให้เราไปช่วยดูเถอะครับ เซฟเงินแสนเงินล้านได้จริงๆ
รับตรวจบ้านสร้างเอง จันทบุรี – ระยอง – ตราด

