เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านช่าง หรือประสบการณ์มาก่อน เพียงแค่สังเกตจากสิ่งที่มองเห็นและทดลองใช้งานง่าย ๆ ก็ช่วยให้รู้ปัญหาเบื้องต้นได้แล้ว เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและนำไปพูดคุยกับโครงการหรือผู้รับเหมา การตรวจจะแบ่งออกเป็น 5 จุดสำคัญ ซึ่งเข้าใจง่ายและทำตามได้จริง ดังนี้ครับ
1. งานฝ้าและผนัง (Ceilings & Walls)
เป็นจุดแรกที่สังเกตได้ง่ายที่สุดและมักพบปัญหาบ่อยที่สุด
สิ่งที่ต้องดู ความเรียบร้อยของการทาสี ความสม่ำเสมอของพื้นผิว และรอยร้าวต่างๆ
จุดสังเกต
- ผนัง ตรวจดูรอยร้าวว่ามีมากน้อยเพียงใด ผิวผนังฉาบเรียบหรือไม่ สีด่างหรือสม่ำเสมอหรือไม่
- ฝ้าเพดาน ให้ดูแนวขอบฝ้าว่าเดินตรงหรือไม่ มีอาการ “ตกท้องช้าง” (แอ่นตัว) หรือไม่ รวมถึงร่องรอยคราบน้ำหรือความเสียหายต่างๆ
- คำแนะนำ หากพบจุดที่ไม่เรียบร้อย ให้จดบันทึกและแปะจุดแก้ไข (Defect) แยกเป็นห้องๆ ไป
2. งานพื้น (Flooring)
ความแข็งแรงและความปลอดภัยในการเดินเป็นหัวใจสำคัญ
เทคนิคการตรวจ
- การปูกระเบื้อง ใช้เหรียญเคาะฟังเสียง หากเสียงทึบแน่นแสดงว่าปูเต็ม หากเสียงโปร่ง (ก๊องๆ) แสดงว่าเป็นโพรง
- ข้อควรระวัง หากเป็นโพรงเล็กน้อยอาจจะไม่จำเป็นต้องรื้อ เพราะการรื้อใหม่อาจสร้างความเสียหายมากกว่าเดิม ให้พิจารณาตามความเหมาะสม
- ระดับพื้น ลองเดินให้ทั่วห้องเพื่อเช็คว่าเดินแล้วสะดุดหรือไม่ พื้นมีความเอียงหรือเป็นหลุมเป็นบ่อหรือไม่ หากเป็นพื้นไม้หรือลามิเนตต้องดูรอยต่อว่าสนิทดีหรือไม่
3. งานประตูและหน้าต่าง (Doors & Windows) เน้นฟังก์ชันการใช้งานและความปลอดภัย
- ประตูไม้ ลองเปิด-ปิดดูว่ามีเสียงดังหรือไม่ ปิดได้สนิทพอดีไหม มีแสงหรือเสียงลอดเข้ามาทางช่องว่างมากเกินไปหรือไม่
- อลูมิเนียม ตรวจสอบระบบล็อคว่าทำงานได้จริง (บางครั้งตั้งศูนย์ไม่ดีทำให้ล็อคไม่ได้) และบานเลื่อนไม่ตกราง
4. งานระบบไฟฟ้า (Electrical System) การตรวจสอบระบบไฟ ไม่ใช่แค่ดูว่าไฟติดหรือไม่ แต่ต้องดู สมรรถนะการรับโหลด (Capacity)
- การตรวจระบบไฟ ให้เปิดไฟทุกดวงและ เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟหนัก (เช่น แอร์) ทุกตัวพร้อมกันทั้งบ้าน
- เหตุผล เพื่อทดสอบว่ามิเตอร์ไฟหรือเมนเบรกเกอร์ที่โครงการให้มา รองรับกระแสไฟ (Amp) เพียงพอหรือไม่ หากเปิดพร้อมกันแล้วไฟตัด (Trip) แสดงว่าหม้อไฟอาจเล็กเกินไป หรือมีการคำนวณโหลดผิดพลาด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่หากย้ายเข้ามาอยู่แล้ว
- การตรวจสอบเต้ารับ ทดลองเสียบที่ชาร์จมือถือเพื่อเช็คว่ามีไฟเข้าทุกจุด
5. งานระบบสุขาภิบาล (Plumbing System)
แบ่งการตรวจออกเป็น 2 ส่วน คือ น้ำดี (ประปา) และ น้ำทิ้ง
- 5.1 ระบบน้ำดี (Water Supply)
- เช็คการรั่วซึม ให้ปิดก๊อกน้ำทุกจุดในบ้าน แล้วไปดูที่ปั๊มน้ำ หากปั๊มยังทำงานหรือตัดต่อเป็นระยะ แสดงว่ามีจุดรั่วซึมในระบบท่อ
- ความแรงน้ำ เปิดเช็คทุกก๊อก และอย่าลืมก้มดูใต้อ่างล้างหน้า/ซิงค์ล้างจาน ว่ามีน้ำหยดซึมหรือไม่
- ระบบ Bypass ควรเรียนรู้ระบบวาล์วว่าหากไฟดับ จะใช้น้ำประปาตรง (ไม่ผ่านปั๊ม) ได้อย่างไร
- 5.2 ระบบน้ำทิ้งและระบายน้ำ (Drainage)
- ห้องน้ำชั้นบน หากฝ้าเพดานชั้นล่างเปิดช่องเซอร์วิสได้ ให้ลองเปิดดูรอยรั่วซึมขณะขังน้ำหรือราดน้ำชั้นบน แต่ถ้าเปิดไม่ได้ให้สังเกตคราบน้ำหรือเสียงน้ำหยด
- บ่อพักน้ำรอบบ้าน (สำคัญมาก) ให้เปิดฝาบ่อพักน้ำนอกตัวบ้านดู (จุดเชื่อมต่อก่อนออกท่อสาธารณะ) มักพบเศษปูน ทราย หรือขยะจากการก่อสร้างไปอุดตัน ทำให้ระบายน้ำไม่ดี ซึ่งเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม
การตรวจรับบ้านด้วยตัวเองไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องมีความละเอียด เมื่อพบจุดบกพร่องให้ทำรายการ (Defect list) ส่งให้โครงการแก้ไข แล้วกลับมาตรวจซ้ำ (Re-check) เฉพาะจุดนั้นๆ หากแก้ไขเรียบร้อยก็สามารถเซ็นรับโอนได้อย่างสบายใจครับ