วิธีตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง แบบละเอียดทุกจุด ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ต้องเช็กอะไรบ้าง

วิธีตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง แบบละเอียดทุกจุด ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ต้องเช็กอะไรบ้าง

การซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิต แต่หลายคนกลับให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลหรือแบบบ้านมากกว่า “การตรวจรับบ้านก่อนโอน” ทั้งที่ขั้นตอนนี้เป็นด่านสุดท้ายที่ช่วยปกป้องเงินและความปลอดภัยของเจ้าของบ้านในระยะยาว

การตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านทุกคนควรทำ แม้จะไม่ได้มีความรู้ด้านช่างหรือวิศวกรรม เพราะบ้านใหม่ไม่ได้หมายความว่าจะสมบูรณ์ 100% หากไม่ตรวจอย่างละเอียด อาจพบปัญหางานก่อสร้างแฝงที่ต้องควักเงินซ่อมเองหลังโอน ซึ่งบางกรณีมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท

บทความนี้ MasterCheck ได้รวบรวม วิธีตรวจรับบ้านด้วยตัวเองแบบละเอียด ครอบคลุมทุกจุดสำคัญ ตั้งแต่โครงสร้าง ระบบไฟฟ้า งานพื้น ห้องน้ำ ไปจนถึงหลังคา เพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถใช้เป็นแนวทางตรวจสอบก่อนตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์

ทำไมต้องตรวจรับบ้านก่อนโอน?

ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจ เราควรเข้าใจก่อนว่า เหตุใดการตรวจรับบ้านก่อนโอนจึงสำคัญ

  • หลังโอนกรรมสิทธิ์ บ้านจะกลายเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของทันที
  • ปัญหาหลายอย่างไม่สามารถเรียกร้องให้โครงการแก้ไขได้หลังโอน
  • งานก่อสร้างที่ดูเรียบร้อยภายนอก อาจมีปัญหาซ่อนอยู่ภายใน
  • การตรวจพบปัญหาก่อนโอน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
  • การตรวจรับบ้านจึงไม่ใช่การจับผิดโครงการ แต่เป็นการปกป้องสิทธิของผู้ซื้อ
Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (3)

เตรียมตัวก่อนตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง

วิธีตรวจรับบ้านด้วยตัวเองแบบละเอียด ครอบคลุมโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ห้องน้ำ และจุดสำคัญก่อนโอนบ้าน เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

ก่อนวันตรวจรับบ้าน ควรเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานดังนี้

  • ไฟฉาย (ใช้ส่องรอยร้าวและพื้นที่อับแสง)
  • ลูกแก้วหรือเหรียญ (ใช้เคาะกระเบื้อง)
  • ระดับน้ำ (Level) สำหรับตรวจความเอียง
  • เทปวัดระยะ
  • ปากกาและสมุดจด
  • โทรศัพท์มือถือหรือกล้องถ่ายรูป

แนะนำให้เผื่อเวลาในการตรวจอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง และควรตรวจในช่วงเวลากลางวันเพื่อให้เห็นตำหนิได้ชัดเจน

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจงานโครงสร้างบ้าน

Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (2)

ตรวจเสา คาน และผนัง โครงสร้างเป็นหัวใจของบ้าน ควรเริ่มตรวจจากจุดนี้ก่อน

  • ตรวจรอยร้าวที่เสาและคาน
  • รอยร้าวเล็กแบบเส้นผมอาจยอมรับได้
  • รอยร้าวเฉียง รอยร้าวแนวนอน หรือรอยร้าวขนาดใหญ่ ควรระวังเป็นพิเศษ
  • ผนังต้องตั้งตรง ไม่เอียง ไม่บิดงอ
  • หากพบรอยร้าวที่มีลักษณะผิดปกติ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจพื้นและกระเบื้อง ตรวจพื้นบ้าน

Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (5)
  • พื้นต้องเรียบเสมอกัน ไม่มีแอ่งหรือเนิน
  • ใช้ระดับน้ำวางบนพื้นเพื่อ
  • ตรวจความเอียง
  • ตรวจรอยแตก รอยร้าว หรือรอยบิ่น

ตรวจปัญหากระเบื้องร่อน

  • ใช้เหรียญหรือวัสดุแข็งเคาะกระเบื้องทุกแผ่น
    หากได้ยินเสียงกลวง แสดงว่ากระเบื้องยึดเกาะไม่ดี
  • กระเบื้องร่อนหากไม่แก้ อาจหลุดหรือแตกในอนาคต

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจประตูและหน้าต่าง


ประตูและหน้าต่างเป็นจุดที่ใช้งานทุกวัน และส่งผลต่อความปลอดภัย

  • เปิด–ปิดต้องลื่น ไม่ฝืด ไม่ติดขัด
    บานไม่ตก ไม่เอียง
  • ปิดแล้วต้องสนิท ไม่มีช่องแสง
  • กลอนและกุญแจใช้งานได้ดี
  • วงกบไม่แตกร้าว และยึดติดแน่น
Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (6)

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจห้องน้ำอย่างละเอียด

ตรวจ Slope พื้นห้องน้ำ

  • เทน้ำบริเวณพื้นห้องน้ำ
  • น้ำต้องไหลเข้าท่อระบายน้ำทั้งหมด
  • ห้ามมีน้ำขังตามมุมหรือแนวผนัง
  • น้ำต้องไม่รั่ว หรือซึมลงมาชั้นล่าง

ตรวจสุขภัณฑ์และท่อ

  • ตรวจการรั่วซึมใต้ซิงก์  ใต้โถสุขภัณฑ์
  • เปิด–ปิดก๊อกน้ำ ตรวจแรงดัน
  • ตรวจรอยซึมบริเวณพื้นและผนัง
  • ห้องน้ำเป็นจุดที่ซ่อมยากและมีค่าใช้จ่ายสูง หากมีปัญหาหลังโอน
Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (8)

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง

  • เปิด–ปิดสวิตช์ไฟทุกจุด
  • ตรวจปลั๊กไฟว่ามีกระแสไฟหรือไม่
  • ตรวจตู้ควบคุมไฟฟ้า (Main Breaker)
  • ตรวจระบบตัดไฟรั่ว (RCD)
  • ตรวจไฟภายนอกและไฟฉุกเฉิน
Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (10)

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจระบบน้ำและสุขาภิบาล

  • เปิดน้ำทุกจุดพร้อมกัน เพื่อตรวจแรงดัน
  • ตรวจท่อระบายน้ำว่าไหลดี ไม่อุดตัน
  • ตรวจกลิ่นย้อนจากท่อ
  • ตรวจรอยรั่วบริเวณผนังและฝ้า
Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (9)

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจฝ้าเพดานและหลังคา

  • ตรวจฝ้าเพดานว่ามีรอยแตกร้าวหรือไม่
  • ตรวจคราบน้ำหรือคราบชื้น
  • ฝ้าต้องเรียบ ไม่โก่ง
  • หากมีช่องเซอร์วิส ควรเปิดตรวจด้านบนฝ้า
Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (1)

ขั้นตอนที่ 8 ตรวจพื้นที่ภายนอกบ้าน

  • ตรวจพื้นทางเดินและลานจอดรถ
  • ตรวจรอยแตกร้าวของพื้นคอนกรีต
  • ตรวจรางระบายน้ำรอบบ้าน
  • ตรวจรั้ว ประตูรั้ว และผนังภายนอก
Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (7)

การบันทึกรายการ Defect อย่างถูกต้อง

  • ถ่ายรูปทุกจุด
  • ระบุตำแหน่งให้ชัดเจน
  • เขียนรายการ Defect เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ขอเอกสารยืนยันการแก้ไขจากโครงการ

ตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง เพียงพอหรือไม่

แม้การตรวจรับบ้านด้วยตัวเองจะช่วยพบปัญหาเบื้องต้นได้มาก แต่ยังมีข้อจำกัด เช่น
ไม่สามารถประเมินโครงสร้างเชิงลึก

  • ตรวจระบบไฟฟ้าและสุขาภิบาลได้ไม่ครบ
  • ไม่สามารถวัดค่าทางวิศวกรรมได้
  • ดังนั้น หากต้องการความมั่นใจสูงสุด ควรใช้บริการตรวจบ้านโดยผู้เชี่ยวชาญควบคู่กัน
Mastercheck-ตรวจบ้านก่อนโอน (4)

การตรวจรับบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหางานก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในอนาคต แต่หากต้องการความมั่นใจในทุกระบบของบ้าน

MasterCheck ให้บริการตรวจบ้านก่อนโอน ตรวจคอนโด และตรวจโครงสร้างโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรายงานละเอียด ใช้ยื่นโครงการได้จริง

Master Check รับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด ตรวจงานระหว่างก่อสร้าง ตรวจงานก่อสร้าง ตรวจสอบสัญญา ตรวจสอบสเปกวัสดุที่ใช้ ตรวจงวดงานและปริมาณงาน

✔️รายการตรวจบ้านและคอนโดหลักๆ
  1. งานโครงสร้าง ตรวจเสา คาน พื้น ความมั่นคง รอยร้าว การทรุดตัว
  2.  ระบบไฟฟ้า ตรวจ RCD, กราวด์,เทสระบบกันดูด, ตรวจตู้เมนไฟ สายไฟตามมาตรฐาน แรงดันไฟ สวิตช์ ปลั๊ก และการเดินสายใต้ฝ้า–หลังคา
  3.  งานรั่วซึม ตรวจด้วยกล้องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) ทดสอบขังน้ำ ใช้โดรนบินตรวจหลังคา ห้องน้ำ ระเบียง ตรวจความชื้น และจุดรั่วซึมผนัง ประตู หน้าต่าง
  4. งานสถาปัตย์ ตรวจผนัง ฝ้า สี วอลเปเปอร์ บิลท์อิน กระเบื้อง และพื้นทุกประเภท ให้เรียบร้อย ได้ระดับ ไม่ร่อนแตก และตรวจหลังคาด้วยโดรน
  5. ระบบสุขาภิบาล–ประปา ตรวจแรงดันน้ำ ท่อน้ำดี–ทิ้ง การรั่วซึม ถังน้ำ ถังบำบัด ถังดักไขมัน และบ่อพัก และระบบระบายน้ำของตัวบ้าน
  6. งานรอบบ้าน ตรวจระดับดิน รั้ว กำแพง และงานภายนอกโดยรอบ ให้แข็งแรง ไม่แตกร้าว

✔️ประสานงาน คุยกับช่าง ผู้รับเหมา ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
✔️หลังตรวจมีรายงาน พร้อมภาพถ่ายส่งให้ลูกค้า
✔️มั่นใจกับทีม Master Check ตรวจละเอียดโดยวิศวกรและสถาปนิกมืออาชีพ ประสบการณ์ 10 ปี

➕ เพิ่มเพื่อน

Share

บริการรับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด ตรวจงานก่อสร้างโดยทีมงานมืออาชีพ

บทความน่ารู้