การเลือกทิศทางบ้านที่ดี

     จะสร้างบ้านหรือซื้อบ้านสิ่งหนึ่งที่ควรรู้ คือ การวางผังบ้านให้เหมาะกับ ทิศแดด ทิศลมและฝนของเมืองไทย ที่จะช่วยให้บ้านหลบแดดในช่วงฤดูร้อน เปิดรับลมช่วยระบายอากาศ และไม่ต้องเปียกฝนสาดในช่วงฤดูฝน อยู่สบายในทุกฤดู

     บ้านที่ดีควรหันไปทางทิศใต้และทิศเหนือเพื่อรับลม ตัวบ้านต้องเปิดรับ ทิศทางลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือในครึ่งปีแรก และพัดทิศตะวันตกเฉียงใต้ในครึ่งปีหลัง และถ้าหากซื้อบ้านตามทิศนี้แล้ว ลมจะโชยเข้าบ้าน เย็นสบาย ดังคำกล่าวที่ว่า “อยู่เย็น เป็นสุข

ลักษณะของทิศทางแดด
     ดวงอาทิตย์จะโคจรอ้อมไปทางทิศใต้นาน 8 เดือน คือช่วงเดือนกันยายนถึงเมษายน และอ้อมไปทางทิศเหนือเล็กน้อย 4 เดือน ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ทำให้ทิศใต้เป็นทิศที่รับแดดมากที่สุด แต่ทิศที่ร้อนที่สุดคือทิศตะวันตก เพราะรับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่ายนั่นเอง

ทิศทางลมในแต่ละฤดู
ในแต่ละฤดทิศทางลมจะไม่เหมือนกัน ดังนี้

  1. ฤดูร้อน (ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม) ทิศทางลมจะพัดมาทางทิศใต้ ถือว่าเป็นลมที่ดี ช่วยลดความร้อนของอากาศลงได้
  2. ฤดูฝน (ช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน) ทิศทางลมจะพัดมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ลมนี้เรียกว่า “ลมมรสุม”
  3. ฤดูหนาว (ช่วงธันวาคม-กุมภาพันธ์) ทิศทางลมจะพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเรียกว่า “ลมหนาว”

ลักษณะทิศทางต่างๆที่ควรรู้ก่อนวางผังบ้าน หรือออกแบบบ้าน

  1. ทิศเหนือ เป็นทิศที่อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เพราะไม่โดนแสงแดดส่องเข้าถึง และในช่วงหน้าหนาวจะได้รับลมอย่างเต็มที่จากลมตะวันออกเฉียงเหนือ เหมาะวางผังเป็นห้องนอน หรือ ห้องทำงาน
  2. ทิศใต้ จะสามารถรับลมธรรมชาติได้ดี บ้านที่หันหน้าไปทางทิศใต้ จะได้รับลมเข้าทางหน้าบ้านช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน ยาวนานประมาณ 7-8 เดือนต่อปี ทำให้ห้องเย็นสบาย ถือเป็นทิศที่ดี เพราะเป็นทิศที่มีลมพัดเข้าบ้านตลอด จึงควรเปิดหน้าบ้านให้โล่ง เพื่อดึงลมเข้าบ้านให้มากที่สุด รวมทั้งไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่บังหน้าบ้าน เพราะจะเป็นการบังทิศทางลม หากพื้นที่หน้าบ้านกว้างควรขุดบ่อน้ำ หรือทำสระน้ำไว้หน้าบ้าน เพื่อให้ลดพัดไปเย็นเข้าสู่ตัวบ้าน เหมาะสำหรับวางผังเป็นห้องโถง ห้องนั่งเล่น หรือห้องอาหาร
  3. ทิศตะวันออก จะได้รับแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าจนถึงเที่ยง และหลังเที่ยงเป็นต้นไปจะไม่โดนแดด ผู้อยู่อาศัยสามารถรับลมและอากาศเย็นสบายได้ตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนกลางคืน เหมาะวางผังเป็นห้องนอน หรือ ห้องทำงาน
  4. ทิศตะวันตก ได้รับความร้อนจากแสงแดดในช่วงบ่าย จึงทำให้ร้อนกว่าทิศอื่นๆ เหมาะสำหรับวางผังห้องเป็นห้องที่ไม่ค่อยได้เข้าไปใช้ หรือ เข้าไปอยู่ตลอดเวลาเช่น ห้องน้ำ ห้องครัว โซนซักล้าง และ ห้องเก็บของ นอกจากจะลดความอับชื้นได้ดีแล้ว ยังช่วยกั้นความร้อนให้กับห้องอื่นในบ้านด้วย

     สรุป  ทิศทางที่บ้านควรหันไปมากที่สุดคงจะเป็นทิศเหนือ เพราะได้รับการรบกวนจากแดดน้อย และมีลมพัด รองลงมาก็น่าจะเป็นทิศตะวันออก เพราะได้รับแดดอ่อนๆในตอนเช้า
     ส่วนทิศที่ไม่ควรหันไป คงจะเป็นทิศตะวันตก เพราะได้รับแดดบ่ายที่เป็นแดดที่ร้อนที่สุดแบบเต็มๆ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว บ้านทุกหลังคงอาจไม่สามารถหันไปทางทิศที่ดีได้ทุกหลัง ฉะนั้น การเลือก ซื้อบ้านทิศไหนดี ที่สุด อาจต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ รวมถึงไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของเราในแต่ละวันด้วย

Master Check รับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด ตรวจงานระหว่างก่อสร้าง ตรวจงานก่อสร้าง ตรวจสอบสัญญา ตรวจสอบสเปกวัสดุที่ใช้ ตรวจงวดงานและปริมาณงาน

✔️รายการตรวจบ้านและคอนโดหลักๆ
  1. งานโครงสร้าง ตรวจเสา คาน พื้น ความมั่นคง รอยร้าว การทรุดตัว
  2.  ระบบไฟฟ้า ตรวจ RCD, กราวด์,เทสระบบกันดูด, ตรวจตู้เมนไฟ สายไฟตามมาตรฐาน แรงดันไฟ สวิตช์ ปลั๊ก และการเดินสายใต้ฝ้า–หลังคา
  3.  งานรั่วซึม ตรวจด้วยกล้องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) ทดสอบขังน้ำ ใช้โดรนบินตรวจหลังคา ห้องน้ำ ระเบียง ตรวจความชื้น และจุดรั่วซึมผนัง ประตู หน้าต่าง
  4. งานสถาปัตย์ ตรวจผนัง ฝ้า สี วอลเปเปอร์ บิลท์อิน กระเบื้อง และพื้นทุกประเภท ให้เรียบร้อย ได้ระดับ ไม่ร่อนแตก และตรวจหลังคาด้วยโดรน
  5. ระบบสุขาภิบาล–ประปา ตรวจแรงดันน้ำ ท่อน้ำดี–ทิ้ง การรั่วซึม ถังน้ำ ถังบำบัด ถังดักไขมัน และบ่อพัก และระบบระบายน้ำของตัวบ้าน
  6. งานรอบบ้าน ตรวจระดับดิน รั้ว กำแพง และงานภายนอกโดยรอบ ให้แข็งแรง ไม่แตกร้าว

✔️ประสานงาน คุยกับช่าง ผู้รับเหมา ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
✔️หลังตรวจมีรายงาน พร้อมภาพถ่ายส่งให้ลูกค้า
✔️มั่นใจกับทีม Master Check ตรวจละเอียดโดยวิศวกรและสถาปนิกมืออาชีพ ประสบการณ์ 10 ปี

➕ เพิ่มเพื่อน

Share

บริการรับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด ตรวจงานก่อสร้างโดยทีมงานมืออาชีพ

บทความน่ารู้