อิฐมอญและอิฐมวลเบาต่างกันอย่างไร

รับตรวจบ้านตรวจคอนโด Master Check

การออกแบบสร้างบ้านนั้น ผู้ออกแบบจะระบุสเป็ควัสดุในการก่อสร้างไว้แต่แรก เราสามารถนำวัสดุต่างๆมาถอดแบบประมาณราคา BOQ เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงานก่อสร้างได้ วันนี้เรานำวัสดุงานผนังอิฐที่นิยมใชในงานก่อสร้างมาเป็นข้อมูลเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

อิฐมวลเบาคืออิฐที่มีการคิดค้นขึ้นมาใหม่ มีส่วนประกอบหลักคือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อะลูมิเนียมที่ใช้ในการก่อฟองอากาศ ยิปซัม ปูนขาว ทรายละเอียด และน้ำ ผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัยทำให้อิฐแต่ละก้อนมีขนาดมาตรฐาน มีน้ำหนักเบา  ข้อเสีย ของอิฐมวลเบาคือ มีราคาสูงกว่าอิฐชนิดอื่นๆ

อิฐมอญ คือ อิฐที่ผลิตจากดินเหนียวและนำมาเผาผ่านความร้อน ขึ้นรูปเป็นก้อน นิยมนำมาใช้ในงานก่อผนังบริเวณที่โดนฝนหรือก่อผนังส่วนที่เป็นห้องน้ำ หรือจะนำมาก่อผนังทั้งบ้านเลยก็ได้   ข้อเสียของอิฐมอญคือ มีน้ำหนักค่อนข้างมาก และ เก็บความร้อน จึงทำให้บ้านร้อน

ข้อแตกต่างระหว่างอิฐมอญและอิฐมวลเบา

1.น้ำหนักของอิฐ  เมื่อรวมปูนฉาบทั้ง 2 ด้านแล้ว เปรียบเทียบอิฐมอญพื้นที่ 1 ตารางเมตรมีน้ำหนักถึง 180 กิโลกรัมซึ่งหนักกว่าอิฐมวลเบาถึง 2 เท่า โดยที่อิฐมวลเบา 1 ตารางเมตร มีน้ำหนักรวมเพียง 90 กิโลกรัม

2.การรับน้ำหนักของอิฐมอญและอิฐมวลเบา

  • อิฐมอญ 1 ตารางเมตรรับน้ำหนักได้ 30 กิโลกรัม
  • อิฐมวลเบา 1 ตารางเมตรรับน้ำหนักได้ 35-50 กิโลกรัม

3.การกันไฟ

  • อิฐมอญ กันไฟได้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
  • อิฐมวลเบา กันไฟได้นานกว่า 4 ชั่วโมง

4.การสะสมความร้อน

  • อิฐมอญจะสะสมความร้อนมากกว่า เมื่อโดนแดดช่วงเวลากลางวันทำให้มีความร้อนเข้ามาสะสมภายในบ้าน ดังนั้นบ้านจึงต้องมีการถ่ายเทอากาศให้ออกสู่ภายนอกได้
  • อิฐมวลเบา เนื้ออิฐเป็นฟองอากาศ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน ดังนั้นความร้อนที่จะสะสมในบ้านจึงน้อยกว่า

5.การกันเสียง (เปรียบเทียบความหนาเท่ากัน)

  • อิฐมอญ กันเสียงได้ 38 เดซิเบล
  • อิฐมวลเบา กันเสียงได้ 43 เดซิเบล

6.ค่าใช้จ่าย  เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ถึงแม้ราคาอิฐมวลเบาจะแพงกว่าอิฐมอลแต่ การก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบาใช้เวลาน้อยกว่าทำให้ค่าแรงถูกว่าดังนั้นสรุปราคาทำให้การก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบาจึงค่าใช้จ่ายถูกกว่า

Faverhome รับออกแบบบ้าน 03dec 3

การตรวจงานก่ออิฐ จุดเริ่มต้นของโครงสร้างบ้านที่แข็งแรงและได้มาตรฐาน

การตรวจงานก่ออิฐ เป็นขั้นตอนสำคัญของการตรวจบ้านที่ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของผนัง ความเรียบร้อยของงานสถาปัตยกรรม และอายุการใช้งานของบ้าน หากงานก่ออิฐไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดปัญหารอยร้าว ผนังเอียง หรือการแตกร้าวในอนาคตได้

แม้งานก่ออิฐจะเป็นงานที่ถูกปิดทับด้วยปูนฉาบและงานตกแต่งในภายหลัง แต่หากไม่ได้ตรวจตั้งแต่ต้น ปัญหาเหล่านี้จะยิ่งแก้ไขได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง

งานก่ออิฐที่ได้มาตรฐานควรเป็นอย่างไร
งานก่ออิฐที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • อิฐเรียงตัวเป็นแนวตรง สม่ำเสมอ
  • ระยะรอยต่อปูนเท่ากัน ไม่หนาหรือบางเกินไป
    อิฐไม่แตก ไม่บิ่น และไม่ผุ
  • แนวผนังได้ฉาก ไม่เอียง ไม่บิด
  • มีการเสริมเหล็กหนวดกุ้ง / เหล็กเอ็น ตามตำแหน่งที่กำหนด
  • การตรวจงานก่ออิฐจึงไม่ใช่เพียงดูความเรียบร้อย แต่ต้องตรวจโครงสร้างภายในด้วย

จุดที่ต้องตรวจในการตรวจงานก่ออิฐ

  1. แนวผนังและความได้ฉาก ผนังต้องตั้งตรง ไม่เอียงได้ฉากกับพื้นและผนังด้านข้างไม่มีอาการบิดหรือโก่ง
  2. การเรียงอิฐและรอยต่อปูน รอยต่อปูนต้องเต็ม ไม่กลวงความหนาปูนสม่ำเสมอไม่มีรอยแตกร้าวหรือโพรง
  3. การเสริมโครงสร้าง ตรวจเหล็กเสริมผนัง (เหล็กเอ็น / เหล็กหนวดกุ้ง) ตำแหน่งรอยต่อผนังกับเสา–คาน
    การยึดผนังกับโครงสร้างหลัก
  4. รอยแตกร้าวที่อาจเกิดขึ้นรอยร้าวแนวดิ่งหรือแนวนอนรอยร้าวบริเวณมุมประตู–หน้าต่างรอยร้าวจากการทรุดตัวหรือหดตัวของวัสดุ

ปัญหาที่พบบ่อยจากงานก่ออิฐที่ไม่ได้มาตรฐาน จากประสบการณ์ตรวจบ้าน มักพบปัญหาเหล่านี้

  1. ผนังแตกร้าวหลังเข้าอยู่อาศัยไม่นาน
  2. ผนังเอียงหรือไม่ได้ฉาก
    ปูนฉาบหลุดล่อน
  3. เกิดรอยร้าวรอบวงกบประตู–หน้าต่าง
  4. โครงสร้างผนังไม่แข็งแรง
  5. ปัญหาเหล่านี้ มักเริ่มจากงานก่ออิฐที่ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้น

การตรวจงานก่ออิฐเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงสร้างและงานตกแต่งทั้งหมด หากตรวจพบและแก้ไขตั้งแต่ก่อนโอน จะช่วยลดปัญหารอยร้าวและค่าใช้จ่ายในอนาคตได้อย่างมาก

หากคุณต้องการความมั่นใจในการรับมอบบ้านหรือคอนโด
MasterCheckHome พร้อมให้บริการตรวจบ้าน ตรวจคอนโด โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมงานโครงสร้างและงานก่ออิฐทุกจุด

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก SCG Building Material

https://www.builk.com   

https://qcon.co.th

Master Check รับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด ตรวจงานระหว่างก่อสร้าง ตรวจงานก่อสร้าง ตรวจสอบสัญญา ตรวจสอบสเปกวัสดุที่ใช้ ตรวจงวดงานและปริมาณงาน

✔️รายการตรวจบ้านและคอนโดหลักๆ
  1. งานโครงสร้าง ตรวจเสา คาน พื้น ความมั่นคง รอยร้าว การทรุดตัว
  2.  ระบบไฟฟ้า ตรวจ RCD, กราวด์,เทสระบบกันดูด, ตรวจตู้เมนไฟ สายไฟตามมาตรฐาน แรงดันไฟ สวิตช์ ปลั๊ก และการเดินสายใต้ฝ้า–หลังคา
  3.  งานรั่วซึม ตรวจด้วยกล้องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) ทดสอบขังน้ำ ใช้โดรนบินตรวจหลังคา ห้องน้ำ ระเบียง ตรวจความชื้น และจุดรั่วซึมผนัง ประตู หน้าต่าง
  4. งานสถาปัตย์ ตรวจผนัง ฝ้า สี วอลเปเปอร์ บิลท์อิน กระเบื้อง และพื้นทุกประเภท ให้เรียบร้อย ได้ระดับ ไม่ร่อนแตก และตรวจหลังคาด้วยโดรน
  5. ระบบสุขาภิบาล–ประปา ตรวจแรงดันน้ำ ท่อน้ำดี–ทิ้ง การรั่วซึม ถังน้ำ ถังบำบัด ถังดักไขมัน และบ่อพัก และระบบระบายน้ำของตัวบ้าน
  6. งานรอบบ้าน ตรวจระดับดิน รั้ว กำแพง และงานภายนอกโดยรอบ ให้แข็งแรง ไม่แตกร้าว

✔️ประสานงาน คุยกับช่าง ผู้รับเหมา ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
✔️หลังตรวจมีรายงาน พร้อมภาพถ่ายส่งให้ลูกค้า
✔️มั่นใจกับทีม Master Check ตรวจละเอียดโดยวิศวกรและสถาปนิกมืออาชีพ ประสบการณ์ 10 ปี

➕ เพิ่มเพื่อน

Share

บริการรับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด ตรวจงานก่อสร้างโดยทีมงานมืออาชีพ

บทความน่ารู้