การออกแบบห้องน้ำ

การออกแบบห้องน้ำ

     ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่เราใช้งานเป็นประจำ การออกแบบห้องน้ำที่ดีนอกจากจะคำนึงถึงความสวยงามแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการใช้งาน การเลือกวัสดุให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และลดปัญหาในระยะยาวด้วย การออกแบบห้องน้ำที่ดีมีดังนี้

1. แยกส่วนแห้งส่วนเปียก

    เราควรแยกส่วนแห้งและส่วนเปียกออกจากกัน ส่วนแห้งคือบริเวณที่ไม่ได้ใช้อาบน้ำ ส่วนเปียกคือบริเวณที่ใช้อาบน้ำ ซึ่งควรแยกพื้นที่เหล่านี้ออกจากกัน เพื่อความสะดวกในการใช้งานและการดูแลรักษาได้ง่าย

2. เรียงลำดับการใช้งาน

    อ่างล้างมือใช้บ่อยควรอยู่ใกล้ประตู ส่วนอาบน้ำที่ใช้น้อยที่สุดควรจะอยู่ด้านในและแบ่งพื้นที่เหล่านี้แยกจากกัน

3. การเลือกวัสดุในห้องน้ำ

    3.1 การเลือกกระเบื้องพื้น เนื่องจากห้องน้ำเป็นพื้นที่เปียกชื้น การใช้กระเบื้องควรเป็นกระเบื้องกันลื่นเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ในขณะเดียวกันผิวของพื้นกระเบื้องก็ไม่ควรหยาบเกินไปเพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด ดังนั้นเราจึงควรเลือกกระเบื้องที่มีค่ากันลื่นให้เหมาะสม มีค่ามาตรฐานที่กำกับไว้ คือค่า R. หรือค่าต้านทานการลื่น-Slip Resistance  โดยพื้นห้องน้ำควรเลือกกระเบื้องที่มีค่า R ตั้งแต่ 10 ขึ้นไป 

R9 สำหรับปูกระเบื้องทั่วไปภายในบ้าน
R10 สำหรับปูพื้นห้องน้ำส่วนแห้ง ห้องครัว และบริเวณห้องอาหาร
R11 สำหรับปูพื้นห้องน้ำส่วนเปียก ปูพื้นนอกบ้าน ที่จอดรถ ลานซักล้าง ทางเดินภายนอกอาคาร พื้นที่รอบสระว่ายน้ำ

    3.2 การเลือกวัสดุผนัง ส่วนใหญ่ไม่ได้มีข้อควรระวังมากนัก ควรเน้นเป็นกระเบื้องผิวที่สามารถเช็ดทำความสะอากได้ง่าย หรือ อาจใช้ผนังปูนฉาบเรียบทาสี ผนังขัดมัน หรือไม้ฝาก็ได้ แต่ไม่ควรนำกระเบื้องที่ใช้สำหรับผนังมาปูพื้น เพราะผิวสัมผัสและความแข็งแรงต่างกัน

    3.3 การเลือกวัสดุฝ้าเพดานในห้องน้ำ ฝ้าเพดาน ควรจะเป็นวัสดุที่ทนความชื้น ถ้าจะใช้เป็นฝ้ายิบซั่มก็ต้องเลือกฝ้ายิบซั่มแบบกันชื้น 

    3.4 พื้นโครงสร้างในห้องน้ำควรเป็นพื้นหล่อในที่ ไม่ควรใช้พื้นสำเร็จรูปเพื่อลดปัญหาการรั่วซึม

4. เลือกตำแหน่งห้องน้ำที่เหมาะสม

    ห้องน้ำควรโดนแดด ในการออกแบบบ้าน ถ้าเป็นไปได้ควรจัดเรียงห้องน้ำไว้ทิศตะวันตก เพื่อให้รับแสงแดดและความร้อนทำให้ห้องน้ำแห้งและไม่เปียกชื้น ดังนั้นตำแหน่งที่ดีจะมีอากาศถ่ายเทได้ดี มีแสงแดดส่องถึง

5. คำนึงถึงการติดตั้งสุขภัณฑ์

    หลายครั้ง เรามักจะพบปัญหาการใช้งานที่มาจากการติดตั้งไม่ได้มาตรฐานอยู่เสมอ เช่น อ่างล้างหน้าติดสูงเกินไป(มาตรฐานคนไทยคือ 80-85 ซม.จากพื้น)

    ควรจะมีวาล์วเปิดปิดน้ำในแต่ละตัวสุขภัณฑ์ หรืออย่างน้อยสุดก็มีวาล์ว 1 ตัว/ห้องน้ำ ในกรณีที่สุขภัณฑ์มีปัญหา เราสามารถปิดน้ำเพื่อซ่อมแซมได้

6. ปลั๊กไฟ

    ในห้องน้ำหากจำเป็นต้องมีปลั๊กก็ควรเป็นปลั๊กที่สามารถกันนน้ำได้ หรือมีหน้ากากเปิดปิด และควรมีการติดตั้งในระดับที่สูงและห่างไกลจากน้ำ อาจติดตั้งอุปกรณ์เซฟตี้ต่างๆเพื่อความปลอดภัยด้วย

7. ควรมีช่องเปิดระบายอากาศ

เพื่อให้เกิดการถ่ายเทอากาศภายในได้ดีและไม่อับชื้น ควรมีหน้าต่างที่สามารถเปิดปิดได้เพื่อให้มีลมเข้ามา ระบายกลิ่นต่างๆได้ดี หากในพื้นที่ไม่สามารถทำช่องเปิดได้ก็ควรใช้พัดลมดูดอากาศเพื่อให้อากาศใหลเวียนภายในห้องน้ำได้

Master Check รับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด ตรวจงานระหว่างก่อสร้าง ตรวจงานก่อสร้าง ตรวจสอบสัญญา ตรวจสอบสเปกวัสดุที่ใช้ ตรวจงวดงานและปริมาณงาน

✔️รายการตรวจบ้านและคอนโดหลักๆ
  1. งานโครงสร้าง ตรวจเสา คาน พื้น ความมั่นคง รอยร้าว การทรุดตัว
  2.  ระบบไฟฟ้า ตรวจ RCD, กราวด์,เทสระบบกันดูด, ตรวจตู้เมนไฟ สายไฟตามมาตรฐาน แรงดันไฟ สวิตช์ ปลั๊ก และการเดินสายใต้ฝ้า–หลังคา
  3.  งานรั่วซึม ตรวจด้วยกล้องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) ทดสอบขังน้ำ ใช้โดรนบินตรวจหลังคา ห้องน้ำ ระเบียง ตรวจความชื้น และจุดรั่วซึมผนัง ประตู หน้าต่าง
  4. งานสถาปัตย์ ตรวจผนัง ฝ้า สี วอลเปเปอร์ บิลท์อิน กระเบื้อง และพื้นทุกประเภท ให้เรียบร้อย ได้ระดับ ไม่ร่อนแตก และตรวจหลังคาด้วยโดรน
  5. ระบบสุขาภิบาล–ประปา ตรวจแรงดันน้ำ ท่อน้ำดี–ทิ้ง การรั่วซึม ถังน้ำ ถังบำบัด ถังดักไขมัน และบ่อพัก และระบบระบายน้ำของตัวบ้าน
  6. งานรอบบ้าน ตรวจระดับดิน รั้ว กำแพง และงานภายนอกโดยรอบ ให้แข็งแรง ไม่แตกร้าว

✔️ประสานงาน คุยกับช่าง ผู้รับเหมา ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
✔️หลังตรวจมีรายงาน พร้อมภาพถ่ายส่งให้ลูกค้า
✔️มั่นใจกับทีม Master Check ตรวจละเอียดโดยวิศวกรและสถาปนิกมืออาชีพ ประสบการณ์ 10 ปี

➕ เพิ่มเพื่อน

Share

บริการรับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด ตรวจงานก่อสร้างโดยทีมงานมืออาชีพ

บทความน่ารู้